สำนัก อ.วีรเทพ ญาณครูประสิทธิ์ - กุมารทอง

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
สนใจบูชา/สอบถามข้อมูลวัตถุมงคล ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์วัตถุมงคล Line ไอดี: veeratep.amulet โทร: 09-2424-9900
เข้าชม: 1474|ตอบกลับ: 5

ท้าวเวสุวรรณ พญายักษ์ และนายผี [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 6Rank: 6

โพสต์เมื่อ 13-10-2011 20:21:39 |แสดงทั้งหมด

53-03-11-yak-1.jpg



ท้าวเวสุวรรณ พญายักษ์ นายของผีทั้งปวง อยู่ในยมโลกมีทั้งหมดสี่ตน แต่ตนหนึ่งที่จะมีบทบาทเกี่ยวกับความตาย และโลกวิญญาณ พญายักษ์ทั้งสี่มีหน้าที่ดูแล จตุโลกบาล ประตูสู่ยมโลก ลักษณะหน้าตาของท้าวเวสุวรรณ เป็นยักษ์มีเขี้ยว ลักษณะทรงเครื่อง สองมือคุมกระบองไว้

ในนิ้วมือมีแหวนสวมด้วย ท่าทางน่าเกรงขาม น่ากลัว และมีอำนาจดุดัน ความเชื่อของเราเชื่อว่าท้าวเวสุวรรณจะคุ้มครองสภานที่ต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์ และดูแลไม่ให้วิญญาณ ล้ำเส้นแบ่งเขตมาสู่โลกมนุษย์ถ้าท่านรู้จะมาตามเก็บวิญญาณเหล่านั้น นับแต่โบราณมีการสร้างรูปเคารพท้าวเวสุวรรณทั้งนิกายมหายาน และหินยาน ของจีนของไทยก็มี ของไทยก็ไม่ต้องไปหาดูไกลดูยักษ์วัดพระแก้วนั้นแหละ ศิลปะของไทย ของจีนก็วัดโพธิ์ท่าเตียน ศิลปจีน ส่วนรูปที่สร้างเป็นรูปเคารพบูชามีทั้งรุ่นเก่าแก่ อายุหลายร้อยปี สร้างด้วยเนื้อชิน มีทั้งเนื้อชินเขียว ชินเงิน สำริด แต่หายาก

ต่อมาก็มีการสร้างโดยเจ้าคุณศรีฯสนธ์ ขณะไปสร้างวัดกระโจมทอง สระบุรี เหตุผลที่ต้องสร้างก็เพราะผีดุทั้งช่างที่สร้างวัด พระสงฆ์ เฌร ประชาชน โดนผีหลอกกันถ้วนหน้า เป็นเหตุให้เจ้าคุณศรีฯ ดำริจะสร้างรูปเหมือนพญายักษ์ขึ้นเพื่อแจกจายแก่ประชาชนต่าง ๆ ไว้กันกูผีปีศาจ ถัดมาอีก ที่วัดดอนยานนาวา วัดนี้ไม่คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องความดุของผีที่นี้เจอกันเป็นประจำ พระ เฌร โดนกันจนไม่กล้าออกมาจากกุฏิ ทำให้อาจารย์กึ๋น แห่งวัดดอน ต้องจ้างช่าง มาเขียนรูปท้าวเวสุวรรณไว้ที่ประตูพระอุโบสถ สองตน ทำให้วิญญาณร้ายต่าง ๆ ไม่กล้าออกมาหลอกพระ เฌรอีก ยังมีการถ่ายรูปทำเป็นรูปติดกระจกไว้ห้อยคอ เพื่อกันโดนผีหลอก คณาจารย์หลายรูปก็นิยมสร้างรูปเหมือนท้าวเวสุวรรณ ทั้งหลวงปู่บุญ ลพ.เนื่อง วัดจุฬ่ามณี ,อาจารย์เฮง ไพลวัลย์ , และเกจิต่าง ๆ ประสบการณ์จริงจากคนที่ใช้รูปเหมือนท้าวเวสุวรรณ เขากับเพื่อน และลูกน้องในบริษัท จัดงานประจำปี ไปเที่ยวกันที่ระยอง -ไปกันสาม รถทัวร์ เป็นร้อย ๆ คน เหตุการณ์ไม่มีอะไร

ต่อเมื่อตกดึกขณะเขาและเพื่อน กำลังจะเข้านอนด้วยความเพลียรีบเข้านอน ทุกคนต้องเงียบเพื่อฟังเสียง ๆ หนึ่ง มันเป็นเสียงฝีเท้า ของชายรูปร่างใหญ่ ดำทะมึน เหมือนคนโบราณ แต่ไม่เห็นตัว ทุกคนนอนอยู่พยายามฟังเสียงเดินไปเดินมาใกล้กับกับตัวเขาและเพื่อน แต่ทุกคนไม่มีใครกล้าพูด เขาจึงอาราธณารูปเหมือนปู่ท้าวเวสสุวรรณ อธิฐานบอกให้รอดพ้น และจะทำบุญไปให้ เมื่อรู้สึกว่าเงาดำหายไป จึงลุกขึ้นเปิดไฟถามเพื่อน ๆ ทุกคนว่าเห็นเละได้ยินเหมือนกันไหมทุกคนก็ตอบว่าเห็นและได้ยิน ถามไปถามมาว่าใครไปทำอะไร ก็ได้ความจากลูกน้องคนหนึ่งเมื่อก่อนจะเข้านอน ตอนหัวค่ำ ตนปวดฉี่ แต่เมาเลยมักง่ายฉี่มันตรงเสาบังกะโล คิดว่าเจ้าที่ คงจะไม่ชอบใจแน่ที่ทำอย่างนี้เลยมาวนเวียนให้เห็นจะเอาเรื่อง แต่คิดว่าด้วยอำนาจท้าวเวสุวรรณที่ห้อยคออยู่เลยทำให้ไม่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น อีกคนหนึ่งพาลูกน้องกลับบ้านเกิดที่เชียงราย แต่พอกลับมากรุงเทพ ลูกน้องหลายคนมีอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเหมือนมีสิ่งไม่ดีตามมา

ตั้งแต่ตอนอยู่ที่เชียงราย เลยคิดว่าจะไปเช่าท้าวเวสุวรรณของใหม่วัดสุทัศน์มาให้ลูกน้องห้อยคอ ทุกคน เรื่องแปลก ทุกคนนอนหลับเป็นปกติ ไม่มีละเมอ หรือสะดุ้งตื่นเหมือนก่อน คิดว่าน่าจะเกิดจากการบูชารูปปู่ท่าวเวสสุวรรณ เรื่องราวอาถรรพ์ของไทยเกี่ยวกับเรื่องผี สาง ที่ไหนเฮี้ยน ๆ มักจะนำท้าวเวสสุวรรณไปบูชาที่นั้นก็จะสงบ ไม่มีเหตุไม่ดีเกิดขึ้น ใครขึ้นบ้านใหม่ หรือไปค้างแรมที่ต่าง ๆ อย่าลืมถ้าท่านเป็นคนกลัวผี พกพระรูปเหมือน หรือรูปถ่ายท้าวเวสุวรรณติดตัวไปด้วย ก่อนนอนอาราธณาดี ท่านจะนอนหลับไม่มีเรื่องแปลก มากวนใจ บางคนโดนหลอกหนัก ๆ ถึงจับไข้หัวโกร๋น อย่าลืมสถานที่แต่ละสถานที่ไม่เหมือนกัน บางทีมีความเป็นมายาวนาน หรือมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้นกับที่นั้น เราไปทีหลังอาจไม่ทราบหรือไม่รู้ว่ามีอะไรแปลก ๆหรือเปล่า พกท่าวเวสุสุวรรณไปด้วยเพื่อความปลอดภัย ด้วยความหวังดี

Rank: 6Rank: 6

โพสต์เมื่อ 13-10-2011 20:25:58 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย heretumz เมื่อ 13-10-1111 20:27

0011.jpg




ท้าวกุเวร เทวะมหาราช ผู้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์  
เรื่องเทวดาอำนวยผลให้มั่งคั่งร่ำรวยนี้เชื่อกันมาช้านานทั้งฝรั่ง-ไทย-จีน-แขก ต่างก็มีเทพอันเป็นสัญญลักษณ์แห่งความร่ำรวยทั้งสิ้นชาวจีนดูจะมีความ เชื่อเรื่องนี้ที่ชัดเจนตามห้างร้านคนจีน มักมีให้เราเห็นอยู่ที่เรียกกันว่าฮก-ลก-ซิ่วหรือบางภูมิภาคก็บูชาไช่เซ่งเอี้ยทำเป็น รูปเคารพภาพวาดหรือเป็นรูปไข่ทองคำก็มีสำหรับในบ้าน เราชาวสยามที่ไม่เป็นสองรองใครในเรื่องความเชื่อได้ให้ความเคารพบูชา มหาเทพแห่งความมั่งคั่งองค์หนึ่งมาช้านานเทพเจ้าองค์นี้มีตำนานที่เกี่ยวข้องกับ พระพุทธศาสนาโดยตรงและดำรงตำแหน่งท้าวมหาราชผู้พิทักษ์ เหล่ามนุษย์โลก ประจำทางทิศอุดรเป็นเทพยเจ้าแห่งยักษ์และภูตผีอมนุษย์ ที่สำคัญสุดๆท่านเป็นเจ้าแห่งทรัพย์ด้วยครับขึ้นว่าความมั่งคั่งทั้งมวล ในหมู่เทพไม่มีใครเกิน ท่านเทพพระองค์นั้นมีนามว่าท้าวกุเวร(เวสสุวัณ)

ตำนานดึกดำบรรพ์ของชาวพุทธเล่าไว้ว่า ท้าวเวสสุวัณองค์ปัจจุบันนี้อดีตคือ เจ้าของโรงงานน้ำตาลขนาดใหญ่ในสมัยพุทธันดรกัปที่แล้ว พุทธันดรกัปที่แล้วคงต้องอธิบายความหมายดังนี้ ชาวพุทธโบราณ ได้เรียกขนาดอายุขัยของดาราจักรทางช้างเผือก นี้ว่า “ภัทรกัป” หมายถึงยุคที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ๕ พระองค์ เท่ากับภัทรกัปถูกแบ่งออกเป็น ๕ ส่วน แต่ละส่วนนั้นจะเรียกว่า พุทธันดรกัป ในปัจจุบันเนื่องอยู่ในพุทธันดรกัปที่ ๔ คือ ยังอยู่ในสมัยของ พระศรีศากยมุนีสัมมา สัมพุทธเจ้าโดตมโคตรคือพระพุทธเจ้าองค์ที่เป็น พระบรมศาสดาของเราท่านทั้งหลายนี่เอง

ชาติปางหลังล่าสุดของท้าวเวสสุวัณองค์ปัจจุบันเมื่ออยุ่ในยุคพุทธันดร กัปที่แล้ว ก็หมายถึงว่าเคยเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในยุคพุทธันดรกัปที่ ๓ อันเป็น ยุคของ พระกาศยะปะสัมมาสัมพุทธเจ้า(บางท่านเรียกว่า กัสสป แต่ผู้เขียนขอใช้ กาศยะปะ)ซึ่งในขณะนั้น พระพุทธเจ้าประจำยุคพุทธันดรกัปที่ 4 ครั้งบำเพ็ญ บารมีเป็นนิยตโพธิสัตว์ ก็เคยมีอดีตชาติ เป็นมนุษย์ชื่อว่าโชติปาลมาณพ ส่วน ท่าน ท้าวฆฎิการพรหม มหาพรหมองค์ที่ถือบาตรจีวรตามมาถวายเจ้าชายสิ ทธัตถะราชกุมารตอนออกบวชก็เป็นช่างปั้นหม้อโยมอุปัฏฐากคนสำคัญของ พระศากยปะสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่เช่นกัน ส่วนท้าวสหัมบดีพรหมมหาพรหม องค์ที่กล่าวว่ามนุษย์เป็นเหมือนบัว ๓ เหล่า

Rank: 6Rank: 6

โพสต์เมื่อ 13-10-2011 20:27:58 |แสดงทั้งหมด
ท่านท้าวเวสสุวรรณท่านบำเพ็ญบารมีอันใดที่ ส่งผลให้ท่านมีบารมียิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในสี่มหาราชเทวะผู้คุ้มครองโลกและมี บารมีในการเป็นผู้มั่งคั่งที่สุดในหมู่ทวยเทพ คืออย่างนี้ตอนนั้นท่านเป็นเพียง เจ้าของโรงงานทำน้ำตาล(ก็คงน้ำตาลจากอ้อยหรือมะพร้าวนี่ล่ะ)เล็กๆได้ปัน ส่วนกำไรจากการขายน้ำตาลออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหนึ่งให้เป็นทานกับ สาธารณะโดยสร้าง สวนสาธารณะให้เป็นที่พักผ่อนเป็นประโยชน์แก่คนทั้ง หลายและอีกส่วนหนึ่งท่านทำบุญถวายทานในพุทธศาสนาที่มีองค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กาศยปเป็นประธานปรากฏว่าท่านทำอย่างนี้ ได้ไม่นานผลกำไรจากการค้าของท่านยิ่งงอกเงยเข้าทำนองทำดีโดยสุจริต

ท้าวกุเวรทำทานลักษณะนี้จนได้ผลกำไรจนเพิ่มโรงงานน้ำตาลเป็น๗โรงกำไรมหาศาล ท่านก็สร้างโรงทานและถวายกุศลจนตลอดชีวิตท่าน ผลแห่งกุศลทานบารมีที่ท่านเจ้า พ่อโรงงานน้ำตาลได้บำเพ็ญในครั้งนั้นเมื่อท่านจุติ(เคลื่อนไป)จากมนุษย์ก็ไปอุบัติเป็น เทวราชผู้มีศักดายิ่งใหญ่ทรงพระนามว่าท้าวเวสสุวัณหรือกุเวรมีมหานครอันรื่นรมย์ และมั่งคั่งสุดยอดไม่เคยปรากฏมีท้าวเวสสุวัณองค์ใดในอดีต จะมั่งมีเสมอเหมือน(ท้าวเวสสุวัณหรือกุเวรนี่เป็นตำแหน่งครับ ขึ้นกับว่าผู้ใดมีบารมียิ่งใหญ่ก็มาดำรงตำแหน่งเหมือนตำแหน่ง ท่านท้าวสักกะเทวราชเป็นคติชาวพุทธครับที่ควรคิดและเชื่ออย่างนี้ เพราะทุกอย่างเกิดจากบุญบารมีคือการกระทำในอดีตส่งผลอันนี้ถือว่าเป็นสัจจธรรม ความมั่งคั่งของท่านท้าวกุเวรหรือเวสสุวัณองค์นี้(ปัจจุบัน)) ขนาดพระบรมศาสดาศรีศากยะมุนียังทรงยกย่องว่าบริบูรณ์ด้วยทรัพย์มากประมาณ เพราะ ท่านท้าวกุเวรนี่ท่านมีกัลปพฤกษ์ต้นไม้ทิพย์ที่ออกผล ได้เป็นสิ่งของตามที่ขออธิษฐาน (แบบนี้ขอไปไว้บ้านสักต้นคงดีแฮะ) ว่ากันว่า บรรดาอาภรณ์ที่ท้าวมหาราชอีกสามพระองค์ (ท้าววิรูปัก ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ)ทรงนั้นก็มาจากต้นกัลปพฤกษ์ของท่านท้าวกุเวรนี่เอง.

. ท่านท้าวกุเวรในพุทธศาสนากล่าวว่าเป็นอริยะบุคคลชั้น พระโสดาบันเอกพิชีคือเกิดอีกชาติเดียวก็จะสำเร็จอรหันต์ จึงมีภูมิธรรมสูงในคราวที่ จุลสุภัททะปริพาชกเกิดความสงสัย ในความเป็นมาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่าน ก็ปรากฏพระองค์แสดงธรรมคลี่คลายความสงสัยให้และเมื่อครั้ง พระโมคคัลลานะอัครมหาสาวกเบื้องขวาแห่งพระบรมศาสดา ผู้เลิศด้วยอิทธิฤทธิ์ได้เดินทาง ไปยังมหาปราสาทไพชยนตวิมาน ท่านท้าวเวสสุวัณ(กุเวร)องค์นี้ละก็ได้เสด็จไปร่วมต้อนรับด้วย และยังเป็นประจักษ์พยานตอนพระมหาโมคคัลลานะใช้เท้าจิกพื้นไพชยนตวิมาน จนเกิดการสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งดาวดึงส์ เทวโลกอันเป็นการเตือนสติท้าวสักกะเทวราชอีกด้วยเช่นกัน

Rank: 6Rank: 6

โพสต์เมื่อ 13-10-2011 20:28:31 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย heretumz เมื่อ 13-10-1111 20:30

พระเจ้าพิมพิสารอัครอุบาสกผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ที่ถูกพระเจ้าอชาตศัตรูกระทำปิตุฆาตก็ได้อุบัติมาเป็นท่าน “ชวนสภะ” เสนาบดีตนหนึ่งของท่านท้าวกุเวรอันนี้ก็เป็นการยืนยันถึงบารมีของท่านอีกเรื่องหนึ่งในฏีกามาลัยเทว สูตรยังมีบางความที่บอกเล่าถึงคทาอันเป็นอาวุธของท่านท้าวเวสสุวัณ ว่ามีอานุภาพขนาดทำลายโลกดวงนี้ได้เป็นจุลวิจุลในพริบตา ถือว่าคทาวุธของท่านท้าวกูเวร (เวสสุวัณ) นี่เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดศาสตราวุธที่พุทธศาสนากล่าวถึงทำให้เกิดความเชื่อใน การกล่าวคาถาจตุราวุธที่พระเกจิอาจารย์นำมาปลุกเสกมีดหมอที่ใช้กำหราบสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และนำมาใช้ประกอนยันต์โสฬสมงคลของวิทยาคมบางสำนักที่ใช้ทำ อาถรรพ์สำหรับเสาเอกบ้านตามความเชื่อของชาวสยามประเทศเรา

คติความเชื่อของชาวพุทธทั้งในสยาม, ทิเบต, ขอมหรือกัมโพชะ, ชาวชวาในอดีตที่ครั้งพุทธศาสนายังรุ่งเรือง ในแถบนั้นขนาดสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่าบุโรบุดโดและประเทศที่นับถือพุทธศ่าสนาอีกมาก รวม ทั้งความเชื่อในพวกพราหมณ์หรือฮินดูเองต่างก็นับถือว่ารูปของเทวราชจตุโลกบาลพระองค์นี้ เป็นสัญญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งไพบูลย์เป็นรูปมหามงคลที่หากมีไว้ในบ้านเรือนก็อาจอำนวย ความมั่งมีและป้องกันภัยพิบัติต่างๆได้อีกด้วยการสร้างรูปเคารพของมหาเทพองค์นี้มีมา ช้านานการจัดสร้างต่างตำหรับตำราทั้งมีหลายรูปแบบ เช่น ประเจียด ผ้ายันต์ มีดหมอ ตะกรุดรวมถึงรูปขององค์ท่านท้าวกุเวรเองต่าง ปรากฏอภินิหารเป็นอเนกประการหากการจัดสร้างและขอบารมีจากองค์ท่านถูก วิธีสำหรับท่านที่มีความสามารถเห็นรัศมีพระเครื่องจะเป็นโดยสมาธิจิตหรือการ ดูออร่าตามแบบที่ชาวฝรั่งมังค่าเพิ่งตื่นเต้นสนใจกันก็อาจเห็นรัศมีบารมีขององค์ ท่านเป็นสีเหลืองอมทอง,ขาว,เขียวเป็นเลื่อมลายได้เอง (ย้ำนะครับถ้าทำผู้สร้างทำถูกวิธีเดียวไปดูเเล้วไม่ตรงจะมาต่อว่าผู้เขียน)

น่าสังเกตอยู่เรื่องนะครับว่าท่านท้าวกุเวรกับท่านพระสิวลีซึ่งต่างก็ถูกยกย่องว่า มีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องทรัพย์สินต่างท่านท้าวกุเวรเองเมื่อก่อนท่านก็ทำ โรงงานน้ำตาลส่วนท่านพระสิวลีเถระท่านก็เคยได้อานิสงค์จากการถวายน้ำผึ้งการ บูชาอิทธิวัตถุในปัจจุบันดูสับสนปนเปไปมั่วไปหมดสมัยโบราณท่านแบ่งไว้ชัดนาการ ขอสิ่งที่เป็นไปตามความต้องการของมนุษย์ในทางโลกีย์วิสัยกับพระพุทธหรือรูปอริยะสงฆ์ สาวกเป็นการไม่บังควรครับด้วยรูปเคารพดังกล่าวมีนัยให้รำลึกรู้ถึงธรรมอันเป็นเครื่องพา ให้หลุดพ้นโลกวิสัยการเป็นชาวพุทธแล้วเที่ยวบนบานร้องขอกับรูปพระบรมศาสดา หรืออริยะสงฆ์ในเรื่องที่พระองค์ทรงสอนให้ละวางนั้นถูกต้องละหรือ? โบราณท่านทำรูปพระสิวลีเถระเจ้าประดิษฐานให้พุทธษริษัทเคารพบูชา ย่อมมีผลในทางความคล่องตัวราบรื่นพอกินพอใช้แบบสังคมชาวพุทธที่ใช้เศรษฐกิจ แบบพอเพียงยังอัตภาพให้พออยู่เพื่อปฏิบัติธรรมให้บรรลุตามคำสอนพระศาสดาเท่านั้น ท่านที่เที่ยวบนบานร้องขอกับพระพุทธรูปและรูปพระอริยะสงฆ์พึงทำความเห็นให้ถูกต้อง ตามที่โบราณกำหนดคือรูปพระพุทธและพระอริยะสงฆ์เคารพบูชา เพื่อน้อมรำลึกถึงธรรมอันเป็นเครื่องน้อมนำให้ใจพ้นทุกข์หวังประโยชน์ในทางธรรมเป็นหลัก ทั้งเป็นการละเว้นจากบาปกรรมอันเกิดจากการปรามาสโดยรู้เท่าไม่ถึงการ ส่วนการรำลึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่น้อมนำประโยชน์ทาง โลกท่านมักจัดรูปเคารพเป็นลักษณะอื่นเช่นรูปเทพยดาต่างๆเรื่องนี้ชาวจีนดูจะ มีเปรียบชาติอื่นเพราะเห็นจะจัดเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับกิเลสความต้องการของมนุษย์ ไว้เกือบครบถ้วนทุกด้านใครต้องการสิ่งใดก็บนบานร้องขอกันเอาตามความพอใจ เรื่องการบนบานนี้เหมือน......


ขอบคุณข้อมูลจาก : บอร์ดพลังจิตขอรับ

Rank: 4

โพสต์เมื่อ 14-10-2011 07:50:49 |แสดงทั้งหมด
ความรู้อีกแล้ว  ขอบคุณครับ

Rank: 6Rank: 6

โพสต์เมื่อ 16-10-2011 21:21:54 |แสดงทั้งหมด
ขอบคุณครับอ่านแล้วนุกมากเลย
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

สำนักอาจารย์วีรเทพ ญาณครูประสิทธิ์ ( โทรศัพท์. 086-700-4464 , 083-3232-535 )

กุมารทอง|ดูจิตกุมารทอง|วัตถุมงคล อ.วีรเทพ|ข้อความล้วน|สำนัก อ.วีรเทพ ญาณครูประสิทธิ์

GMT+7, 26-11-2014 22:57 , Processed in 0.032477 second(s), 18 queries .

Copyright @ Veeratep.com

Webmaster: veeratep.com[at]gmail.com

TOP